ขอบคุณ

posted on 13 May 2011 20:29 by cesarmonsters
จะก้อนอัฐ ดอกไม้ หรือ รางวัลสรรเสริญนินทา
ทกสิ่งทุกอย่างล้วนตัวธรรม
ปล่อยทิฐิตัวสุดท้ายเเล้ว
เช็ค 3 วัน 7 วัน 49 วัน จบ
มีคนมาบอก วันที่พิจารณาธรรมได้ว่า
พระพุทธเจ้า ไม่ได้พูดอะไรน่ะ จบเเล้ว
อธิบายนะ ในความเป็นพุทธะไม่้มีใครสอนใคร (ปรมัถต์)
ศิษย์ไหว้อาจารย์อาจารย์ต้องไหว้คืน
เเล้วก็ไหว้กลับไปกลับมาอยู่อย่างงี้
เเต่ธรรมเนียมโลกจะเปลื้องเวลาเลยให้ศิษย์ไหว้อาจารย์ครั้งเดียว
(เว้นพวกอ้างสร้างบารมี สร้างตัวชั้น ยก-เหยียบ ก็ไม่จบ)
ในความเป็นพุทธะไม่มีใครเหนือกว่าใคร
สรรพสิ่งคือสิ่งเดียวกันคือสรรพสิ่งคือธรรมชาติ
"เจอพุทธะฟัน พุทธะเจออาจารย์ฟันอาจารย์"
ตัดขาดสัญญาเก่า สังขารปรุงเเต่ง
พุทธเจ้าไม่ได้พูดอะไรไม่ได้สอนอะไร ก็ใครสอนล่ะใครถูกสอนล่ะ
          ตัวพระพุทธเจ้าก็ตัวธรรม
          นิรมาณกาย กายหยาบ ที่เป็นเจ้าชาย ไปบวชก็เป็นธรรม
ก็ไม่มีใครสอนใคร ใครเป็นผู้สอน ใครรับการสอน เป็นธรรมล้วน
เเต่ไม่ได้หมายความถึงมหาปราชญ์สมณะโคดมกายหยาบ
ไม่ได้มีในประวัติศาสตร์อินเดีย เนปาล
ตัวอักษรที่ผ่านตาไป รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่งก็ธรรมล้วน
จะอะไรซะอีกเล่า
 
ว่าต่อ
 
ทิฐิที่ทำให้ยึด คือ ไม่อยากเกิด เกิดมาเป็นทุกข์
(ทรมานหาอะไรให้กินหาที่ให้มันอยู่หากามให้เสพหาชาญมารองรับ)
ยึดทิฐินี้ เกิด ครับ - มีดึงเข้า ผลักออก นิพพานเเท้ไม่ชิมลาง
ทุกอย่างเป็นธรรมจะเกิดก็ได้ไม่เกิดก็ได้
เกิดก็ช่วยคน สนุก ไม่ได้คิดว่าทุกข์ถ้ามันทุกข์ก็เรียนรู้
ไม่เกิด -ไม่เมื่อย
ยึดพยัญชนะ ยึดพุทธะ ยึดอาจารย์ (ยึดอัตตาตัวตนบุคคลเราเขา) - เกิดครับ
เกิดไปจนกว่าจะหมดความยึดมั่นในทิฐิ จะสัมมาหรือมิฉฉา ก็ไปยึด
(จริงๆไม่มีส่วนต่างล้วนว่าง ล้วนอนัตตา ไม่ประกอบความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ)
ยึดทิฐิที่มีการโปรด (มีเมตตา) เเบบต้องโปรดจน............เกิดเเละจนหมดทิฐิ
คือโปรดด้วยความว่าง เมตตาในเมตตา เมตตาในอุเบกขา
เมตตาในความว่าง เมตตาในธรรม
จริงๆเถรวาทไทยสอนถูก ช่วยเหลือตนเองก่อน เเล้วค่อยช่วยเหลือคนอื่น
จะอะไรซะอีกอะไร จะให้สมณะโคดมรับรอง ก็ไม่อยู่เเล้ว
(ไม่ใช่มหาพุทธะจะมีรับรองสุ่มสี่สุ่มเเปดไม่ได้)
 คำตอบ ปรมัถต์ จิตรับรองจิต
มีอะไรไหม
 
จะเทพมาร เทวา บาดาล พระราม พระนารายณ์
ทศกัณฑ์ยักษ์ 10 กร นางอัปสร 1,000,000 นาง
สมเด็จองค์พระปฐม พระยะโฮวา อัลเลาะห์ อัลลาห์
ก็ล้วนเป็นธรรมทั้งนั้น
 
จะอะไร อะไร จบตัวธรรมตัดสิน
 
 
เราคือธุลีๆในมหาอวกาส
 
เเละสายธารน้ำตกที่ภูเขาสูง
 
เเละเมโดดี้เรียบเรียงเเล้วที่ออกจากปากขอทาน
 
เเละคุณธรรม 10 ประการในมหาจักร์พรรดิ์
 
เป็นอะไรง่ายๆในโมเลกุลที่ง่ายที่สุด
เเละยากๆในสรรพสิ่งสุดซับซ้อน
 
New age white crow
 
 

Comment

Comment:

Tweet

"จะเกิดก็ได้ไม่เกิดก็ได้" คำนี้แหละค่ะHot! Hot!

#9 By อัตตา on 2011-09-16 00:37

นับวันจะเขียนเรื่องที่เป็นนามธรรมซับซ้อนลึกซึ้งสุดประมาณขึ้นทุกทีๆๆๆๆ
ราวกับว่าขณะที่เขียนน่ะไม่ได้เขียน...
เนืื่องจากตนเองยังต่ำอยู่มากทุกขณะตามจิตไม่ทันกิเลศก็แผดเผาเมื่อสติกลับมาครองจิตอีกครั้ง
อยากรู้ว่า...คุณจะพัฒนาไปในรูปแบบใด

#8 By wonderboy on 2011-05-21 16:11

ผมแอดเฟสพี่ไปแล้วนะครับ Woody << ชื่อนี้เลย


เรื่อง Bg แบบ original ผมยังมีอยู่ครับ

ถ้ามีต้องการก็บอกผมได้เลยครับ จะรีบส่งให้โดยไวที่สุด
big smile Hot!

#6 By nrintip(whitepingeon) on 2011-05-18 21:23

Hot! Hot! Hot!

เราคือธุลีๆในมหาอวกาส

ที่จะผ่านมา แล้วก็ผ่านไป..

ไม่มาก หรือ น้อย ไปกว่านั้นbig smile big smile big smile
เกินกว่าผมจะเข้าใจจริงๆครับ
ธรรมะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็อยาก ทุกสิ่งไม่มีจริง เวลาก็ไม่มีจริง ตัวตนเราก็ไม่มีจริง ฯลฯ เข้าใจได้แต่เวลานำมาปฏิบัติสิคะยากยิ่งยังยึดติดไปเสียทุึกอย่าง

ลึกซึ้งนะคะbig smile big smile big smile

#3 By Pat on 2011-05-14 09:25

อ่านแล้วเหมือนยาก แต่จริงๆ ไม่ยาก อ้างอิง พระพยอมเลย ท่านกล่าวว่า ให้พิจารณา สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนแต่เป็นธาตุทั้งหมด เวลาพระจะประกอบกิจใดแล้วแต่ เช่น ทำวัดเช้าเย็น ฉันเช้า เพล ออกบิณฑบาต จะต้องพิจารณา ทุกสิ่งล้วนสักแต่ว่า เป็นธาตุทั้งสิ้น เมื่อพิจารณาทั้งหลายเป็นแค่ธาตุแล้ว เราก้อไม่ต้องทุกข์ อีก
ทำไมต้อง ไปรักธาตุ โกรธ เกลียดธาตุ sad smile

#2 By Live a Live on 2011-05-13 23:07

ไม่ค่อยเข้าใจ
แต่รู้สึกว่าลึกซึ้งค่ะbig smile

#1 By jomkwan on 2011-05-13 21:54