เรื่องความจริง 2 ระนาบ คือความจริงในขณะ (ภูมิภพสัมพัทธ์เฉพาะกาล) กับ ความจริงโดยสมบูรณ์ (สัจจะความจริงหรือความจรงเชิงปรมัตถ์) 
หากความจริง ณ ขณะ คือความเป็นจริงที่เหมาะเเก่กาลนั่นคือความจริงที่สัมบูรณ์เมื่อระบุกาลนั่นถูกต้อง คือสัจจ ณ ขณะนั้น ที่ถูกต้อง 
ความเห็นที่มอง ความจริงในปัจจุบัน อาจไม่เป็นความจริงในอนาคต เช่นวัตถุ สีขาวทรงกลมรีเนื้อเเข็ง ณ ปัจจุบัน อีกวันอาจเเตกเป็น 2 ฝากของเเข็งเเละมีตัวอ่อนสัตว์บางอย่างออกมาจากวัตถุสีขาวทรงกลมรีเนื้อเเข็งนั้น
หากกรอบความเชื่อเเห่งพระศาสนาคือ อนิจจัง อนัตตา นั่นคือความเห็น 
ความเป็นจริงของสัจจะที่ไม่ตั้งอยู่เฉพาะกาล คือ ความเปลี่ยนแปลง ความต้องเปลี่ยนเเปลง เเละเปลี่ยนแปลง 
- เมื่อใช้ความเห็นในปัจจุบัน ตัดสินชี้ทางอนาคต จึงเป็นทางที่เป็นไปได้และหรือไม่ได้ โดยทั้งหมด *หากเป็นเพียงจำกัดได้เพียงเเนวโน้ม เเละ ให้เเนวโน้มเเห่งความเชื่อนั้นเป็นไป ................ นี่คือทางเเละวิธีหาปัจจัยทรัพย์หรือโภคาลาภของ หมอดูหมอคลายทุกข์ ผู้วิเศษชี้ทางทั้งหลาย จะเรียกว่าตนเป็นผู้ช่วยคนหรือส่งเสริมคนก็ได้ก็เเล้วเเต่อุปโลคเรียก ก็ว่ากันไป - ซึ่งลักษณะความเชื่อความเห็นจะเรียกว่าวิชาอย่างหนึ่งก็ได้ มันก็มีลักษณะลักษณ์บางอย่างที่คลายทุกข์ชั่วครั้งชั่วคราว คนมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ชอบการออกผลของการได้ใช้ที่ผลนั้นที่รวดเร็ว - มีการได้มีลุ้นมีเสี่ยงมีการได้เเลกเปลี่ยนทัศนะมีการปลุกปลอบทางใจ ทำให้กลัว เเละบอกวิธี ทำให้คลายจากความกลัว
(สะเดาะห์ หรือไปทำอะไรบางอย่างที่เหนือเหตุผลรองรับนะ ปัจจุบันในกรอบความเชื่อวิทยาศาสตร์)
คนมนุษย์เทวดาสมบัติมีการได้รับการเเสดงความคิดเห็นอกเห็นใจ คลายทุกข์ปรึกษาคลาย ปุ๊บปั้บ คือการตลาด(ภาษาโลก)อย่างหนึ่ง ก็นำมาหาเลี้ยงโภคาทรัพย์จากความเชื่อ ที่ ตรงต่อเหตุการณ์มั้ง มายามั้ง เห็นจริงเห็นจังต่อสิ่งที่ไม่จริง ตุตะเป็น ตัวเป็นตนมั้ง ความจริงเห่งศรัทธาเเละความจริงเเห่งสัจจะจริงหมุนไปตามความเชื่อ สุดท้าย คนมนุษย์ ลืม ภูมิจิตที่เล่าเรียนในความนาม "อนิจจัง" "ทุกขัง" "อนัตตา" เพียงเท่านั้นเอง ที่เรียนก็เรียนไป เรียนไปก็รู้ไป รู้ไปก็ลืมไป "ตถตา" เป็นเช่นนั้นเอง
หากมีเพียงบางคนมนุษย์ภูมิภพวิสัยบางท่านบางกลุ่มที่พิจารณาจนเเจ้งจิตวิญญาณเเห่งการตื่นรู้ในความเป็นมายาความจริง เเล สัจจะ ปรมัตถ์ เพียงเท่านั้น คือความเป็นไปของโลกมวลรวม เเละ..................................................................................................... เมื่อการเรียนรู้เเห่งสัจจะและศรัทธา เข้าคล้ายใช้ภาษาว่าอาจมีความเข้าใกล้หรือเเนบสนิทดำรงค์อยู่เป็นเนื้อเดียว
-ในรูปแบบสถาบันเเลสังคมศึกษาวิถี- 
เมื่อสัจจะคือสัจจะ ความเชื่อคือความเชื่อ ก็เเล้วเเต่มนุษย์เทวดาสมบัติผู้ประกอบด้วยปัญญาพิจารณา เป็นทาง เช่นนั้นเอง ตถตา เป็นเช่นนั้นเอง - จบอธิบายความจริงในปัจจุบันขณะ และความจริงเชิงปรมัตถ์

Comment

Comment:

Tweet

อ่านทุกเอนทรี่ อ่านแล้วก็พยายามไตร่ตรองนะ ว่าสิ่งที่สื่อออกมาคืออะไร ความหมายอย่างไร ก็ไปตามสติปัญญาที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆละนะ แต่คราวนี้สิ่งที่เกิดหลังจากอ่านคือ รูปแบบการเขียนที่ส่งออกมา เหมือนกับว่าเกิดจากสมาธิแล้วไหลออกมาเอง ซึ่งมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อหาหรอก แต่อยู่ดีๆมันก็คิดขึ้นมาแบบนี้ จะติดตามต่อไป

#3 By wonderboy on 2013-01-21 11:07

big smile มาตั้งแต่เมื่อไหร่หล่ะเนี่ย
หายไปตั้งนาน  " อ่านดี เพลินดี "
Hot! Hot!

#2 By nrintip(whitepingeon) on 2012-12-11 21:47

มันคือความจริง ที่ให้พิสูจน์ได้ตลอดเวลา
สวัสดีครับ

#1 By Live a Live on 2012-12-02 21:50